สอบ NAATI CCL ภาษาไทย ตั้งแต่รูปแบบข้อสอบจนถึงวันประกาศผล

ตัวเลขทุกตัวในหน้านี้มาจากสิ่งที่ NAATI ประกาศไว้เอง ไม่ใช่เรื่องเล่าต่อกันมาในกลุ่ม อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าการสอบ NAATI CCL หน้าตาเป็นยังไง ผ่านที่เท่าไหร่ จองยังไง และรอผลนานแค่ไหน

อัปเดตล่าสุด

NAATI CCL คืออะไร และใครมาสอบ

การสอบ NAATI CCL คือการสอบแปลปากเปล่าระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทย จัดโดย NAATI ชื่อเต็มคือ National Accreditation Authority for Translators and Interpreters หน่วยงานรับรองนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย ส่วนตัว CCL ย่อมาจาก Credentialed Community Language หมายถึงคุณวุฒิภาษาชุมชน

NAATI เขียนไว้ตรง ๆ ว่าการสอบนี้ไม่ใช่ใบประกอบวิชาชีพ ผ่านแล้วยังรับงานล่ามหรือแปลเอกสารรับรองไม่ได้ ที่ได้มาคือคุณวุฒิหนึ่งใบไว้แลกคะแนนวีซ่า จบแค่นั้น

คนที่มาสอบส่วนใหญ่ทำงานหรือเรียนอยู่ในออสเตรเลีย และเหลืออีกไม่กี่คะแนนก่อนจะยื่นวีซ่า 189, 190 หรือ 491 บางคนเพิ่งจบจาก 485 บางคนถือ 482 แล้วรอ 186 อยู่ CCL มักเป็นคะแนนก้อนที่คนเลือกหยิบก่อน เพราะไม่ต้องเรียนเพิ่มและไม่ต้องเปลี่ยนงาน

และตรงนี้เองที่คนไทยเตรียมตัวน้อยเกินไป ใช้สองภาษาอยู่ทุกวันจนรู้สึกว่าเดินเข้าห้องสอบได้เลย แต่ข้อสอบไม่ได้วัดว่าคุณฟังเข้าใจไหม ข้อสอบวัดว่าหลังเสียงหยุดลง คุณพูดข้อมูลที่เพิ่งได้ยินราว 35 คำออกมาเป็นอีกภาษาได้ครบแค่ไหน นั่นคนละทักษะกัน

สรุปข้อมูลสำคัญในตารางเดียว

รายการรายละเอียด
บทสนทนา2 เรื่อง เรื่องละราว 300 คำ
ความยาวแต่ละช่วงไม่เกินราว 35 คำ แปลทั้งสองทิศทาง
คะแนนเต็ม90 คะแนน บทสนทนาละ 45
เกณฑ์ผ่าน63 ขึ้นไป และอย่างน้อย 29 ในแต่ละบท
รูปแบบการสอบออนไลน์อย่างเดียว มีผู้คุมสอบทางไกล
ผลสอบทางอีเมล ภายในสี่ถึงหกสัปดาห์
อายุคุณวุฒิห้าปี
คะแนนวีซ่า5 คะแนน สำหรับ subclass 189, 190 และ 491

ทั้งหมดนี้มาจากหน้าข้อมูล CCL ของ NAATI เอง รายละเอียดปรับได้ตลอด ก่อนจองทุกครั้งให้ตรวจซ้ำที่ naati.com.au เว็บนี้เป็นเครื่องมือฝึกอิสระ ไม่ได้รับจองสอบให้

5 คะแนน ใช้กับวีซ่าอะไรได้บ้าง

สอบผ่านแล้ว NAATI จะออกคุณวุฒิภาษาชุมชนให้ และคุณวุฒินั้นแปลงเป็น 5 คะแนนในระบบคะแนนวีซ่าทักษะ ใช้ได้กับ subclass 189, 190 และ 491 ตารางคะแนนอย่างเป็นทางการอยู่ที่ เว็บไซต์ Department of Home Affairs

คุณวุฒิที่ NAATI ออกให้ตั้งแต่ 9 สิงหาคม 2022 เป็นต้นมา มีอายุห้าปี ห้าปีฟังดูยาว แต่หลายคนสอบเก็บไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่ครบเงื่อนไขอื่น พอถึงตอนยื่นจริงกลับเหลือเวลาไม่มาก คุณวุฒิต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นขอวีซ่า

อีกเรื่องที่คนวางแผนพลาดกันบ่อยคือจังหวะเวลา คะแนนนี้ขอได้ต่อเมื่อ NAATI ออกคุณวุฒิให้แล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่เดินออกจากห้องสอบ ผลใช้เวลาสี่ถึงหกสัปดาห์ ใครตั้งใจอัปเดต EOI ให้ทันรอบเชิญ ต้องนับถอยหลังจากตรงนั้น

รูปแบบข้อสอบ บทสนทนา 2 เรื่อง แปลสองทาง

ข้อสอบมีบทสนทนาที่บันทึกเสียงไว้ 2 เรื่อง เรื่องละราว 300 คำ เนื้อหาเป็นบทสนทนาชีวิตจริงระหว่างคนพูดอังกฤษกับคนพูดไทย ห้องตรวจของ GP โต๊ะเจ้าหน้าที่ Centrelink หรือการเถียงกับเอเจนต์เรื่องเงินบอนด์บ้านเช่า

แต่ละเรื่องตัดเป็นช่วง ช่วงละไม่เกินราว 35 คำ ฟังจบหนึ่งช่วงแล้วพูดคำแปลออกมาทันที ช่วงที่เป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นไทย ช่วงที่เป็นภาษาไทยแปลเป็นอังกฤษ สลับกันไปจนจบบท ในห้องสอบไม่มีบทให้อ่านตาม คุณทำงานจากเสียงล้วน ๆ

หัวข้อเป็นเรื่องชุมชนในชีวิตประจำวันตามที่ NAATI ระบุไว้ สุขภาพ กฎหมาย การเข้าเมือง การศึกษา บริการชุมชน การจ้างงาน ประกัน ผู้บริโภค ที่อยู่อาศัย และการเงิน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะได้หมวดไหน คนที่ซ้อมแต่หมวดสุขภาพเพราะทำงานสายนี้อยู่ จึงเสี่ยงเจอบทประกันรถหรือสัญญาเช่าแล้วมือเย็น

ช่วงบทสนทนาหน้าตาประมาณนี้

  1. อังกฤษ → ไทยผู้จัดการร้าน

    Good morning. How can I help you today?

    สวัสดีตอนเช้าครับ มีอะไรให้ผมช่วยวันนี้ครับ

  2. ไทย → อังกฤษลูกค้า

    ผมซื้อเครื่องซักผ้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและมันใช้งานไม่ได้ครับ มันไม่ทำงานเลยตั้งแต่ส่งมาถึง ผมต้องการเงินคืน

    I bought a washing machine last week and it doesn't work. It hasn't worked at all since it was delivered. I want a refund.

  3. อังกฤษ → ไทยผู้จัดการร้าน

    I'm sorry for the inconvenience. Do you have the receipt and proof of purchase?

    ขออภัยในความไม่สะดวกครับ คุณมีใบเสร็จและหลักฐานการซื้อไหมครับ

ลองอ่านสามช่วงข้างบนออกเสียงดู แล้วสังเกตว่าช่วงกลางมีข้อมูลกี่ก้อน สัปดาห์ที่แล้ว ใช้งานไม่ได้ ไม่เคยทำงานเลยตั้งแต่ส่งมาถึง และคำขอสุดท้ายคือเงินคืน ไม่ใช่การซ่อม ตกก้อนไหนไปก้อนหนึ่ง คะแนนช่วงนั้นก็หายตาม

NAATI จัดสอบ CCL แบบออนไลน์อย่างเดียว ไม่มีศูนย์สอบให้เดินทางไป คุณสอบจากบ้านหรือห้องเงียบ ๆ ที่ไหนก็ได้ โดยมีผู้คุมสอบดูผ่านกล้องแบบทางไกล ระบบที่ใช้คือแพลตฟอร์ม Televic ร่วมกับ ProctorExam อุปกรณ์ที่ NAATI ระบุไว้มีดังนี้

  • คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปที่มีกล้อง ไมโครโฟน และลำโพง
  • ห้ามใช้หูฟังทุกชนิด เสียงต้องออกทางลำโพง และพูดเข้าไมโครโฟนของเครื่อง
  • โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตอีกเครื่อง ตั้งเป็นกล้องตัวที่สองให้เห็นมุมห้อง
  • อินเทอร์เน็ตอย่างน้อย 10 Mbps ขาลง และ 1.5 Mbps ขาขึ้น

คะแนนเต็ม 90 ผ่านที่ 63 และห้ามต่ำกว่า 29

63 / 90
คะแนนรวมขั้นต่ำที่ต้องได้
29 / 45
คะแนนขั้นต่ำของแต่ละบทสนทนา
+5
คะแนนที่เพิ่มให้วีซ่า 189, 190, 491

การให้คะแนนเป็นแบบหักลง ผู้ตรวจตั้งต้นที่คะแนนเต็มของแต่ละบท แล้วหักออกเมื่อเจอการแปลตกหล่น การแปลเกิน การบิดเบือนความหมาย และการลังเลนานผิดปกติ ไม่มีคะแนนพิเศษให้สำนวนสวย

สำเนียงไม่อยู่ในเกณฑ์ ไวยากรณ์ที่เป๊ะทุกจุดก็ไม่ใช่สิ่งที่วัด สิ่งที่ผู้ตรวจดูคือข้อมูลที่ผู้พูดฝั่งหนึ่งให้ไป ไปถึงอีกฝั่งครบหรือเปล่า ยอดเงิน วันนัด ชื่อยา ปริมาณยา และคำว่าไม่ ประโยคอังกฤษเรียบ ๆ ที่ครบทุกก้อน ได้คะแนนมากกว่าประโยคไพเราะที่ตกวันนัด

เงื่อนไขสองชั้นคือจุดที่คนพลาดกันมาก สมมติบทแรกได้ 36 บทที่สองได้ 28 รวม 64 เกินเส้น 63 ไปแล้ว แต่ยังไม่ผ่าน เพราะบทที่สองต่ำกว่า 29 ถ้าอีกบทหลุดพื้น การดันบทที่ถนัดให้สวยเป็นพิเศษก็ช่วยอะไรไม่ได้ ควรซ้อมให้ทุกหมวดอยู่ในระดับใกล้เคียงกันแทน

จองสอบผ่าน myNAATI ทีละขั้น

การจองทั้งหมดอยู่บนเว็บของ NAATI เอง ไม่ต้องผ่านเอเจนต์ ไม่ต้องผ่านโรงเรียนติว

  1. สมัครบัญชี myNAATI ที่ naati.com.au ทุกอย่างตั้งแต่จองจนถึงข้อมูลการสอบเริ่มจากบัญชีนี้
  2. เลือกการสอบ CCL แล้วเลือกภาษาไทยเป็นคู่ภาษากับภาษาอังกฤษ
  3. เลือกวันและเวลาจากรอบสอบที่ระบบเปิดให้
  4. จ่ายค่าสอบ ยอดที่ NAATI ประกาศไว้ ณ เวลาที่เขียนหน้านี้ (กันยายน 2026) คือ A$814 ตรวจยอดล่าสุดที่ naati.com.au ก่อนจ่ายทุกครั้ง
  5. เตรียมอุปกรณ์ตามรายการข้างบน แล้วลองซ้อมพูดในห้องที่จะใช้สอบจริงสักรอบสองรอบ

ผลสอบออกเมื่อไหร่ ไม่ผ่านแล้วทำยังไง

NAATI ส่งผลทางอีเมลภายในสี่ถึงหกสัปดาห์นับจากวันสอบ ผู้สอบคนไทยบางคนเล่าว่าได้ผลเร็วกว่านั้น แต่นั่นคือประสบการณ์รายคน ไม่ใช่กำหนดเวลาที่ NAATI รับปากไว้ วางแผนโดยยึดกรอบสี่ถึงหกสัปดาห์ไว้ก่อน

ถ้าผ่าน NAATI ออกคุณวุฒิภาษาชุมชนให้ ใช้ขอ 5 คะแนนได้ และมีอายุห้าปีนับจากวันที่ออก

ถ้าไม่ผ่าน จองใหม่ได้ผ่าน myNAATI เหมือนรอบแรก และชำระค่าสอบอีกครั้งตอนเลือกวันสอบ คนที่หลุดเพราะบทเดียว มักขาดชั่วโมงพูดออกเสียงจริงภายใต้ความกดดันมากกว่าขาดคำศัพท์ ก่อนจองรอบสอง ควรรู้ให้ได้ก่อนว่ารอบแรกคะแนนหายไปตรงช่วงไหน ไม่ใช่แค่รู้ว่าคะแนนไม่ถึง

คู่ภาษาไทย–อังกฤษ ยากตรงไหน

จุดที่คะแนนหลุดบ่อยที่สุดคือตรงที่โครงสร้างสองภาษาไม่ตรงกัน แล้วคุณต้องตัดสินใจทันทีที่เสียงหยุด สี่จุดนี้เจอแทบทุกบท

  • สรรพนามและคำลงท้าย ต้นฉบับอังกฤษไม่ได้บอกว่าควรพูดด้วย ครับ หรือ ค่ะ และควรเรียกคู่สนทนาว่า คุณ หรือ พี่ เลือกชุดไหนก็ต้องใช้ชุดนั้นจนจบบท ขากลับ ประโยคอย่าง เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้ ต้องออกมาเป็น I'll check for you ไม่ใช่ The sister will check for you
  • ตัวเลขที่ต้องแปลงหลัก ไทยมีคำเดี่ยวสำหรับหมื่นและแสน อังกฤษไม่มี คนที่สะดุดตรงนี้มักเสียท่อนที่เหลือของช่วงไปด้วย เพราะสมาธิไปหมดกับการแปลงหลัก อีกกับดักคือปี ต้นฉบับพูดปี ค.ศ. แต่ปากเผลอออกมาเป็น พ.ศ.
  • ขาไทยเป็นอังกฤษ ต้องเติมสิ่งที่ภาษาไทยไม่เคยพูด ประธาน กาล พหูพจน์ และคำนำหน้านาม ประโยคอย่าง ลูกยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ต้องกลายเป็น My son hasn't had the vaccination yet คำบอกเวลาอย่าง ยัง หรือ แล้ว คือตัวชี้ว่าจะใช้กาลไหน
  • ความสุภาพที่กลายเป็นเนื้อหาเพิ่ม คนไทยเติม ขอโทษนะคะ หรือ ไม่ทราบว่า เข้าไปเองโดยอัตโนมัติ ถ้าต้นฉบับอังกฤษไม่มี ผู้ตรวจนับเป็นการแปลเกิน เช่นเดียวกับการปลอบใจคนไข้เองทั้งที่หมอไม่ได้พูด

เรื่องภาษาถิ่นมีคนถามบ่อย และตรงนี้ต้องแยกให้ชัด NAATI ไม่ได้ตั้งกฎหักคะแนนคำถิ่นเอาไว้ ที่แนะนำให้ตอบเป็นไทยกลางเป็นเรื่องความชัดเจนของสาร เลือกคำที่คนฟังทุกภาคเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่เพราะมีบทลงโทษเรื่องถิ่น ส่วนสำเนียงไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การหักคะแนนอยู่แล้ว

ในหน้า นโยบายภาษาสำหรับการสอบ CCL ของ NAATI ช่องของภาษาไทยเขียนไว้สั้น ๆ ว่าให้ยึดนโยบายทั่วไปข้อ A และ B ข้อ A คือผู้ตรวจรับรู้ว่าคำและวิธีใช้ต่างกันไปตามประเทศและพื้นที่ และเผื่อความต่างนั้นไว้ตอนตรวจ ข้อ B คือคำภาษาอังกฤษที่คนพูดภาษานั้นใช้กันเป็นปกติ ไม่ถูกหักคะแนน การพูดว่า Centrelink หรือ Medicare ทับศัพท์ตามที่คนไทยในออสเตรเลียพูดกันจริง จึงอยู่ในกรอบที่ NAATI ยอมรับ นโยบายเดียวกันยังกำหนดอีกด้านหนึ่งด้วยว่า ผู้เข้าสอบต้องฟังความต่างของถิ่นในภาษาของตัวเองให้เข้าใจ ขาฟังจึงเป็นของคุณ ส่วนขาพูดเลือกคำกลางไว้

อีกอย่างที่คนไทยเสียเปรียบเงียบ ๆ คือการจดโน้ต อักษรไทยมีสระบนสระล่างกับวรรณยุกต์ และเขียนติดกันไม่มีช่องว่าง ตอนเร่งมือจึงมักช้ากว่าการเขียนอักษรละติน หลายคนเลยจดด้วยสัญลักษณ์ ตัวเลขอารบิก และตัวย่ออังกฤษสั้น ๆ แล้วค่อยพูดออกมาเป็นไทยจากโน้ตนั้น กฎเรื่องการจดโน้ตในวันสอบเป็นของ NAATI และปรับได้ ตรวจฉบับล่าสุดที่ naati.com.au ก่อนถึงวันจริง

รู้รูปแบบแล้ว เตรียมตัวยังไงต่อ

รู้รูปแบบข้อสอบเป็นแค่ครึ่งแรก อีกครึ่งคือการซ้อมพูดให้ทัน สองอย่างที่ควรทำต่อจากหน้านี้ คือหน้า เทคนิคและการจดโน้ต ที่ลงรายละเอียดว่าจดยังไงให้ทันช่วง 35 คำ และ คำศัพท์ NAATI CCL ที่ไล่คำสำคัญครบสิบหมวด โดยเฉพาะหมวดที่คุณไม่เคยแตะในชีวิตประจำวัน

วิธีซ้อมที่ได้ผลจริงมีอยู่อย่างเดียว พูดออกเสียงและอัดไว้ฟังซ้ำ การอ่านบทสนทนาแล้วแปลในใจให้ความรู้สึกว่าทำได้ ทั้งที่ปากยังไม่เคยผลิตประโยคนั้นออกมาสักครั้ง อย่าให้รอบแรกในห้องสอบเป็นรอบแรกที่คุณพูดออกเสียง

ลองข้อสอบฝึกเต็มชุดหนึ่งครั้งฟรี แล้วดูคะแนนรายช่วงว่าคำแปลของคุณหายไปตรงไหน ก่อนจ่ายค่าสอบจริง

ลองข้อสอบฝึกฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ค่าสอบ NAATI CCL เท่าไหร่

A$814 ตามที่ NAATI ประกาศไว้ ณ เวลาที่เขียนหน้านี้ (กันยายน 2026) ค่าสอบปรับได้ ตรวจยอดล่าสุดที่ naati.com.au ก่อนจอง ค่าสอบชำระตอนที่เลือกวันสอบ ถ้าจองรอบใหม่ก็ชำระอีกครั้ง

สมัครสอบ NAATI CCL ยังไง ต้องไปศูนย์สอบไหม

จองผ่านบัญชี myNAATI ที่ naati.com.au แล้วสอบออนไลน์จากบ้าน ไม่มีศูนย์สอบให้เดินทางไป เพราะ NAATI จัดสอบ CCL แบบออนไลน์อย่างเดียว โดยมีผู้คุมสอบทางไกลดูผ่านกล้องตลอดการสอบ

สอบ NAATI CCL ที่บ้าน ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

ต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีกล้อง ไมโครโฟน และลำโพง โดยห้ามใช้หูฟัง บวกโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตอีกเครื่องเป็นกล้องตัวที่สอง NAATI กำหนดความเร็วอินเทอร์เน็ตอย่างน้อย 10 Mbps ขาลง และ 1.5 Mbps ขาขึ้น ห้องที่ใช้สอบควรเงียบและไม่มีคนเดินผ่าน

ผลสอบ NAATI CCL ออกกี่วัน ส่งมาทางไหน

NAATI ส่งผลทางอีเมลภายในสี่ถึงหกสัปดาห์หลังวันสอบ บางคนได้เร็วกว่านั้น แต่ NAATI ไม่ได้รับปากกรอบเวลาที่สั้นกว่านี้ ใครวางแผนอัปเดต EOI ควรเผื่อช่วงรอผลไว้ด้วย

ผลสอบ NAATI CCL มีอายุกี่ปี

ห้าปี NAATI ระบุว่าคุณวุฒิทุกใบที่ออกให้ตั้งแต่ 9 สิงหาคม 2022 เป็นต้นมามีอายุห้าปี และคุณวุฒิต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นขอวีซ่า

สอบ NAATI CCL ไม่ผ่าน สอบใหม่ได้ไหม

ได้ จองรอบใหม่ผ่าน myNAATI ตามปกติ โดยชำระค่าสอบอีกครั้งตอนเลือกวันสอบ ผลรอบใหม่ส่งทางอีเมลภายในสี่ถึงหกสัปดาห์เหมือนเดิม ก่อนจองรอบสอง ควรซ้อมจนคะแนนของแต่ละบทอยู่เหนือ 29 อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่บทที่ถนัด

NAATI CCL ยากไหม สำหรับคนไทย

ความยากอยู่ที่ความเร็วในการพูด คุณต้องได้ 63 จาก 90 และอย่างน้อย 29 ในแต่ละบทสนทนา โดยจำช่วงยาวราว 35 คำให้ครบแล้วพูดออกมาเป็นอีกภาษาทันที คนที่ใช้สองภาษาทุกวันก็ยังพลาดตรงนี้ได้ ถ้าไม่เคยซ้อมพูดจับเวลา

NAATI CCL กับ PTE ควรสอบอันไหนก่อน

สองอย่างนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง จึงแทนกันไม่ได้ PTE หรือ IELTS วัดภาษาอังกฤษของคุณเองและให้คะแนนในหมวดความสามารถภาษาอังกฤษ ส่วน CCL วัดการแปลระหว่างอังกฤษกับไทยทั้งสองทาง และให้ 5 คะแนนหมวดภาษาชุมชน หลายคนเก็บทั้งสองอย่าง เรียงลำดับตามว่าตัวไหนใกล้เส้นที่ต้องการกว่า

ตอนสอบพูดทับศัพท์ Centrelink หรือ Medicare ได้ไหม

ได้ นโยบายภาษาสำหรับการสอบ CCL ของ NAATI ระบุว่าคำภาษาอังกฤษที่ผู้พูดภาษานั้นใช้กันเป็นปกติ ไม่ถูกหักคะแนน ชื่อหน่วยงานจึงคงไว้ตามเดิมได้ทั้งขาไทยและขาอังกฤษ แต่คำสามัญรอบ ๆ อย่าง referral หรือ excess ยังต้องแปลให้ถูก

อ่านจบแล้ว ลองพูดจริงสักบท

ข้อสอบฝึกเต็มชุด 1 ครั้งกับเซสชันฝึกอีก 1 ครั้ง ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ทำจบรอบแรกคุณจะมีตัวเลขของตัวเองไว้เทียบกับเส้น 63

เริ่มฝึกฟรี

ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ลองข้อสอบฝึกเต็มชุดได้ 1 ครั้ง และเซสชันฝึกอีก 1 ครั้ง